เลือกรองพื้นยังไงให้ผิวเป๊ะ

สวัสดีค่า วันนี้เกษมาพร้อมกับเทคนิคการเลือกรองพื้น ภาคต่อจากฉบับที่แล้ว “บำรุงผิวยังไงให้แต่งหน้าสวย” เพราะเกษเชื่อว่าสาวๆหลายคนประสบปัญหาเลือกรองพื้นไม่เป็น ซื้อมาใช้แล้วทำไมไม่สวย ทำไมไหลเยิ้ม ทำไมติดไม่ทน หรือแห้งกระด้างผิวจังเลย สีไม่ได้หน้าหมอง หรือวอกเกินไป เอาล่ะเรามาเริ่มกันเลย

จากความเดิมตอนที่แล้ว วันนี้เรามารู้จักเกี่ยวกับ “ปัญหาเมื่อผิวต่างๆลงรองพื้น”เพิ่มเข้าไปด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น”แต่ละผิวเมื่อมีปัญหาต่างกัน” ก็ย่อมต้องการ”การแก้ไข”ที่ต่างกันเช่นกันค่ะ

หลักๆแล้วผิวของทุกคนถูกจำแนกออกเป็นสามประเภทได้แก่
– ผิวมัน(Oily Skin) คือผิวที่มีน้ำมันขับออกมาทั่วทุกบริเวณของใบหน้า มีความเงา วาวง่ายมาก ลักษณะผิวจะมีรูขุมขนกว้าง เป็นสิวง่าย
ปัญหาเมื่อลงรองพื้นคือ : รองพื้นติดไม่ทน แป๊ปเดียวไหลเยิ้ม หน้ามัน เงาเกินไป

– ผิวแห้ง(Dry Skin) คือผิวที่แห้งขาดความชุ่มชื้น มีริ้วรอยง่าย รู้สึกขาดน้ำ มีขุย ลอกแห้งได้ง่าย ลักษณะผิวจะค่อนข้างละเอียดไม่เป็นสิวง่าย และระหว่างวันแทบจะไม่มีน้ำมันบนใบหน้าเลยดังนั้นรองพื้นจะติดทนกว่าผิวทุกประเภท
ปัญหาเมื่อลงรองพื้น : รองพื้นจะไม่ค่อยติดผิว ไม่ลงผิว ลอยๆอยู่ด้านบนผิว หรือลงไปแล้วก็ไม่สวยแลดูแห้งกร้าน

– ผิวผสม (Combination Skin) เป็นผิวที่จะมันช่วงทีโซนและแห้งบริเวณรอบๆกรอบหน้า หรือบางคนผิวกลางๆไม่แห้งและไม่มันมาก บางคนเรียกผิวประเภทนี้ว่าผิวธรรมดา
ปัญหาเมื่อลงรองพื้นคือ : บางจุดลงรองพื้นแล้วสวย บางจุดลงแล้วผิวแห้งกร้านมีริ้ว หรือรองพื้นแหว่งหายเป็นจุดๆ สวยเป็นบางจุด

เห็นแล้วใช่ไหมคะว่าแต่ละผิว “มีปัญหาที่ต่างกัน” เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญอันดับแรกเวลาเลือกรองพื้นนั่นก็คือเราต้อง”เลือกรองพื้นให้เหมาะกับสภาพผิว”ค่ะ เพราะรองพื้นแต่ละชนิดก็ผลิตออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาของผิวแต่ละแบบ วันนี้เกษจะมาสอนทริคง่ายๆวิธีสังเกตุดูรองพื้นจากขวดต่างๆบางทีก็ระบุชัดเจนหน้าขวด บางยี่ห้อก็บอกคุณสมบัติด้านหลังขวดว่าเหมาะกับผิวแบบไหน และเราเองได้เลือกรองพื้นตรงกับสภาพผิวเราหรือเปล่า ส่วนจะใช้ได้ถูกจริตมากน้อย นั่นก็ขึ้นอยู่กับปัญหาของเรานะคะว่ามีมากหรือน้อย อันนี้ต้องลองไปใช้กันเองเนอะ 😉

ปล. รองพื้นที่นำมาเป็นตัวอย่างในวันนี้ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งนะคะ อันนี้จากการที่ได้ลองใช้เอง ส่วนผลการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับสภาพผิวและสภาวะอากาศของการใช้จริงด้วยนะคะ

#12bcmakeupartust #สวยอย่างมีความรู้

– ผิวมัน(Oily Skin) คือผิวที่มีน้ำมันขับออกมาทั่วทุกบริเวณของใบหน้า มีความเงา วาวง่ายมาก ลักษณะผิวจะมีรูขุมขนกว้าง เป็นสิวง่าย
ปัญหาเมื่อลงรองพื้นคือ : รองพื้นติดไม่ทน แป๊ปเดียวไหลเยิ้ม หน้ามัน เงาเกินไป

ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการจากรองพื้นสำหรับผิวมันคือ “ความติดทน”ค่ะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สังเกตุได้ง่ายๆตามข้างขวด จะมีคำที่ให้ความหมายบ่งชี้ว่า”ติดทน” หรือ”อยู่ยาวนาน” ไม่ว่าจะเป็น
Long-wear,Long-lasting,Long-stay,All Day,24hrs.
อันนี้เป็นคีย์หลัก ใครผิวมันมากๆแนะนำว่ารองพื้นต้องมีคำเหล่านี้ที่หน้าขวดค่ะไม่งั้นเอาไม่อยู่
คีย์รองลงมาจะบ่งชี้ว่า ไม่มัน,แห้ง,ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน OilySkin,Matte,Control Shine, Oil-Free (บางทีใช้กับคนที่แพ้ส่วนผสมของน้ำมันก็ได้ด้วยนะคะ)

สังเกตุได้อีกอย่างคือ รองพื้นสำหรับคนผิวมันจะมีเนื้อที่แห้งไว บางชนิดทาแล้วเย็นๆเนื่องจากมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ด้วย

– Revlon Colorstay : 24hrs. Wear/Combination/oily เจ้าตัวนี้ฝาดำในตำนาน ถึงนางจะบอกว่าเหมาะกับผิวผสม แต่ต้องเป็นผิวผสมที่ค่อนไปทางมันนะคะ เพราะเนื้อแห้งมาก ใครหน้ามันมากเอาอยู่แน่นอน และต้องผิวดีไม่มีริ้วรอยนะคะเพราะนางเนื้อหนาพอสมควร เกลี่ยให้บางได้แต่ต้องรวดเร็วเพราะแห้งไว และต้องระวังนิดนึงหลายสีของรุ่นนี้ติดชมพูเดี๋ยวหน้าเทานะจ้ะเลือกสีดีดีน้าเดี๋ยวหาว่าไม่เตือน
30 ml. 520 บาท ราคากรุบกริบน่ารัก หาซื้อง่าย วัตสัน โลตัส บิ๊กซีมีแน่นอน

– Estee Lauder Doublewear foundation : Stay in Place Makeup คือแฝดผู้พี่ของเรฟลอนเลยทีเดียว แห้งเร็วมาก คุมมันติดทนไม่เคลื่อนที่ไปไหนตามชื่อเลยทีเดียว มือต้องไว เกลี่ยให้เร็ว กลิ่นแอลกอฮอล์ชัดเจนมาก แต่คงทนที่สุดของที่สุดตัวนี้ต้องมอบมงให้นาง ผิวมันมากๆนางเอาอยู่ค่ะ เช่นเดียวกันต้องระมัดระวังหากจุดไหนมีริ้วรอยต้องลงบางๆ และมีสีติดชมพูหลายสีเช่นกันค่ะ เลือกโทนเหลืองจะรอดปลอดภัยที่สุด
30 ml. 1,950 บาท ราคานี้คุ้มต่อการลงทุนหากต้องการรองพื้นที่ทาแล้วพร้อมออกรบกับความร้อน แดดและเหงื่อในเดือนเมษานี้ค่ะ

– Bobbibrown : SKIN LONG-WEAR WEIGHTLESS FOUNDATION SPF 15 นางเกิดมาเพื่อเป็นที่รักของสาวที่หน้ามันแต่ไม่อยากได้ลุคแห้งและหนามากเกินไป เนื้อเหลว เกลี่ยง่าย แต่บิ้วได้นะจ้ะ ผิวมันๆของอิชั้นเอาอยู่ ซับแล้วก็ผ่องเด้ง เนื้อเบาสบายผิว แถมโทนสีก็อมเหลืองสวยไม่มีข้อติ แค่ติดทนไม่เท่าสองตัวด้านบนแต่เป็นรองพื้นคุมมันที่ทำงานผิวได้ดีมากๆ รักและมอบมงให้ค่ะ
30 ml. 2,000 บาท เพื่อผิวที่สวยทุกวันกัดฟันจ่ายก็ได้

– ผิวแห้ง(Dry Skin) คือผิวที่แห้งขาดความชุ่มชื้น มีริ้วรอยง่าย รู้สึกขาดน้ำ มีขุย ลอกแห้งได้ง่าย ลักษณะผิวจะค่อนข้างละเอียดไม่เป็นสิวง่าย และระหว่างวันแทบจะไม่มีน้ำมันบนใบหน้าเลยดังนั้นรองพื้นจะติดทนกว่าผิวทุกประเภท
ปัญหาเมื่อลงรองพื้น : รองพื้นจะไม่ค่อยติดผิว ไม่ลงผิว ลอยๆอยู่ด้านบนผิว หรือลงไปแล้วก็ไม่สวยแลดูแห้งกร้าน

สาวผิวแห้งบางคนมักไปกังวลความติดทนซึ่งไม่ใช่ปัญหาผิวตัวเอง ผลคือไปเลือกรองพื้นติดทน ทำให้หน้าแห้งอยู่แล้วแห้งไปอีก ติดทนแต่ไม่สวยก็ไม่ควรเนอะ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการสำหรับรองพื้นของสาวผิวแห้งนั่นคือ “ความชุ่มชื้น”เท่านั้นจะเยียวยาทุกสิ่ง สาวผิวแห้งต้องการความชุ่มชื้นทั้งจากการบำรุงและในรองพื้นและในทุกสิ่ง เราจะสังเกตุได้ง่ายๆจะมีคำบ่งชี้ที่ให้ความหมายถึงการ”เติมความชุ่มชื้นให้ผิว” เช่น Moisturizer,Hydrate,Watery,Aqua เป็นต้น ง่ายๆแค่นี้แหละ

– Hera uv mist cushion : Ultra Moisture เทพพีเฮร่าแห่งความฉ่ำมงลง รองพื้นหรือคู่ชั่นเกาหลียืนหนึ่งเรื่องทำให้ผิวฉ่ำเพราะพื้นเพคนเกาหลีอากาศหนาวและผิวแห้ง ใครต้องการความฉ่ำ แก้ความหน้าขุยๆลอกๆแห้งๆ ต้องไปลองค่ะ มันดีมาก จะลงบางๆก็ได้ลงแบบปกปิดก็ดีหรือจะซื้อไว้เฉพาะตอนไปเที่ยวหิมะๆอะไรงี้ก็ได้นะ สวยฉ่ำออร่าจับแน่นอน แต่ถ้ามาฉ่ำๆตอนออกแดด 38 องศาอาจจะไหลได้เด้อพี่น้อง
30 ml. 1,950 บาท โดยประมาณนะคะ แต่ว่าดี๊ดี ของมันต้องมีอ่ะ

– MAC mineralize : Moisture foundation แค่ชื่อก็บอกแล้วว่าฉ่ำไปด้วยม๊อยเจอไรซ์เซอร์ ตัวนี้งานผิวบางเบาแต่ฉ่ำๆ ไม่แน่นมากเหมาะกับผิวที่ไม่ต้องการการปกปิดมากแต่อยากลงให้ผิวฉ่ำสวย หาซื้อง่ายทุกห้างที่มีเคาเตอร์ Mac เหมาะกับ Everyday look ของสาวผิวแห้งหรือจะนั่งสวยๆในห้องแอร์ก็ได้
30 ml. 2,000 บาท ใสใส ราคาบางช่วงมีส่วนลดนะจ้ะ

– Covermark essence foundation : รองพื้นรุ่นเก๋าแต่ความชุ่มฉ่ำเก๋เป็นเลิศ เบสของรองพื้นเป็นครีมจึงเหมาะมากกับคนผิวแห้งๆ ลอกๆขุยๆตัวนี้เอาอยู่ แถมไปอ่านเพิ่มในสรรพคุณคือเติมความชุ่มชื้นเป็นพิเศษมาเน้นๆ เนื้อครีม ลงง่าย เกลี่ยง่าย ตัวนี้คนผิวแห้งแนะนำว่าควรมีจ้า เสียดายที่เฉดสีมีน้อยไปนิดนึง
30 ml. 1,700 บาท

– ผิวผสม (Combination Skin) เป็นผิวที่มันช่วงทีโซนและแห้งบริเวณรอบๆกรอบหน้า หรือบางคนผิวกลางๆไม่แห้งและไม่มันมาก บางคนเรียกผิวประเภทนี้ว่าผิวธรรมดา
ปัญหาเมื่อลงรองพื้นคือ : บางจุดลงรองพื้นแล้วสวย บางจุดลงแล้วผิวแห้งกร้านมีริ้ว หรือรองพื้นแหว่งหายเป็นจุดๆ สวยเป็นบางจุด หรือสวยแค่บางวัน

สำหรับสาวผิวผสมแนะนำว่าจริงๆจะข้ามไปใช้ของผิวมันหรือแห้งก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราค่อนไปในทางไหนหรือสถานที่ที่จะไปมีสภาวะอากาศเช่นำร เช่นวันนี้จะไปสถานที่ๆอากาศร้อนถ้าอยากข้ามไปใช้สำหรับผิวมัน ตรงไหนที่ผิวเราแห้งก็ลงเบสหรือไพรเมอร์ช่วยเติมความชุ่มชื้นได้ หรือวันนี้ไปงานราตรีในห้องแอร์เย็นเจี้ยบจะข้ามมาใช้สำหรับผิวแห้ง ตรงไหนที่ผิวมันก็ใช้เบสหรือไพรเมอร์เติมลงไปคุมมันเฉพาะจุดก็ได้ หรือถ้าไม่มีปัญหาเลยจะใช้รองพื้นเนื้อกลางๆเพียวๆเลยก็ได้ค่ะ

วิธีสังเกตุง่ายๆสำหรับสาวผิวผสมคือในขวดรองพื้นจะมีคำที่บ่งชี้ว่า “ติดทน แต่ มีความชุ่มชื้น” ผสมกันอยู่ ส่วนมากอยู่ในคำอธิบายสรรพคุณ หรือบางชนิดก็ออกตัวเลยว่า “เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว” แสดงว่าเป็นรองพื้นเนื้อกลางๆซึ่งจะกลางค่อนไปทางไหนขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนจ้า เพราะถึงเค้าจะบอกว่าเหมาะกับทุกสภาพผิวแต่ถ้าอิชั้นผิวมันมากๆแต่ไปใช้แน่นอนว่าไม่อยู่ไหลชัวร์ๆเด้อ ต้องระวัง หรือถ้าผิวแห้งมากๆก็ไม่ได้แปลว่าเค้าจะชุ่มฉ่ำเพียงพอเท่ารองพื้นที่ออกตัวแรงว่ามีความชุ่มชื้นเน้นๆขีดเส้นใต้

– Illamasqua skin base foundation ด้านหน้าไม่ได้บ่งบอกอะไรแต่พอไปอ่านที่การบรรยายสรรพคุณจะมีข้อความว่า Suitable for most skin types ที่แปลได้ว่า เหมาะสมกับทุกสภาพผิวจ้าแสดงว่าเป็นรองพื้นสำหรับคนผิวผสมแท้ๆเนื้อกลางๆ เกลี่ยง่าย พกพาสะดวก แต่สีดรอปไวนิดนึงต้องเผื่อสีดีดี กับบางสีมีติดชมพูนะคะ
30 ml. 1,750 บาท

– Makeup store soft touch foundation บอกแค่ว่าเป็นรองพื้นที่มีสัมผัสที่นุ่มนวล แต่พอไปอ่านบรรยายสรรพคุณด้านหลังมาทุกคำ
Oil-control – ควบคุมความมัน
Hydrated – แต่มีความชุ่มชื้นนะ
Long-wearing – แต่ก็ติดทนยาวนานนะ
มาทุกแบบนี้คำแสดงว่าเนื้อกลางๆนะคะ ตัวนี้สีสวย เนื้อเกลี่ยง่ายใครผิวไม่ได้มีปัญหาหนักหนาอะไรใช้ได้สวยๆเลย เซ็ทตัวละงามผ่อง
30 ml. 1,350 บาท ราคาก็น่ารัก จิ๊บๆนะว่าไหม

– L’oreal true match : ตัวนี้เคลมว่าเหมาะกับทุกสีผิว ด้านหน้าไม่ได้ระบุอะไร แต่ไปอ่านเพิ่มเติมระบุเลยจ้าว่า For all skin types เหมาะสมสำหรับทุกสภาพผิวนั่นเอง ตัวนี้ก็เนื้อดี เหลว บางเบาแต่บิ้วได้ สีสวยมีวิ้งทองละเอียดๆอยู่ ใครผิวดีลงแล้วฉ่ำสวย แถมราคาก็เบาๆ เป็นมิตรกับเงินในกระเป๋าตังนะจ้ะ นักเรียนนักศึกษาจับต้องได้ หาซื้อง่ายค่ะ
30 ml. 449 บาท ราคาน่ารักกรุบๆ

ต่อมาหลังจากที่เราเลือกรองพื้นให้ตรงตามสภาพผิวเราแล้วเราก็ต้องเลือกเฉดสีรองพื้นให้ถูกต้องด้วยนะคะ
เฉดสีของรองพื้นทั่วๆไปมักมี “โทนเหลือง” และ “โทนชมพู” โดยส่วนมากสาวไทยผิวค่อนข้างเหลือง
แนะนำให้โทนเหลืองเป็นหลัก แต่ใครผิวขาวโทนชมพูสำหรับคนที่ผิวขาวมากๆ ขาวอมชมพูนี้ใช้ได้ค่ะ
วิธีเทสสีรองพื้นที่ถูกต้องให้เทสสีที่ข้างแก้ม โดยให้อยู่ใน “แสงธรรมชาติ” สีจะถูกต้องที่สุด
และจำไว้ว่า เมืองไทยอากาศร้อนชื้น ทำให้รองพื้นดรอปได้ง่ายมากๆควรเลือก“สีสว่างกว่าผิว”นิดนึง ประมาณครึ่งเฉด(ถ้าไปที่อากาศเย็นๆจะสังเกตุว่ารองพื้นดรอปน้อยหรือแทบไม่ดรอปเลย)แต่บ้านเราต้องเผื่อสีนิดนึงเวลาดรอป สีจะพอดีผิว หน้าจะไม่หมองระหว่างวัน

สิ่งที่ต้องทราบอีกอย่างคือ ระดับการปกปิดของรองพื้นซึ่งในแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นจะมีระดับการปกปิดที่แตกต่างกันไป ควรเลือกตามความเหมาะสมกับปัญหาของผิวเรา
Light coverage – ปกปิดน้อย ถึงปานกลาง เหมาะกับผิวที่ไม่ต้องการการปกปิด ลงรองพื้นแค่บางๆเป็นเบสให้ผิวให้เครื่องสำอางค์อื่นๆติด
Medium coverage – ปกปิดปานกลาง เหมาะกับผิวที่ต้องการการปกปิดในระดับนึง แต่สามารถบิ้วเพิ่มได้
Full Coverage – ปกปิดมาก เหมาะกับผิวที่ต้องการการปกปิดมาก ให้ระวังสำหรับจุดที่มีริ้วรอยนะคะลงบางๆเดี๋ยวผิวแคร็กได้ (แต่ก็สามารถลงบางๆได้นะจ้ะ)